จงปล่อยวางให้เป็น ทุกๆอย่างนั้นฟ้าลิขิตไว้แล้ว

0
63

มีทัศนคติชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฟ้าลิขิต

มีการผ่อนปรนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไม่เอ่ยถึงอีก

มีการมองให้ปลงชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ปล่อยไปอย่างสงบ

มีการ ป ล ด ป ล่ อ ยชนิดหนึ่งนั้นเรียกว่า ปล่อยไปตามธรรมชๅติ

มีสภาวะของจิตใจอันเรียกว่าทุกอย่าง ชีวิตบนโลกนี้นั้น

หลายเรื่องไม่อาจเป็นดังใจหวังทุกอย่าง

หลายๆคนไม่อาจอยู่กับเราได้ตลอดไป

หากคุณใส่ใจอะไรมากไป จิตใจก็เหนื่อยเปล่า

ถ้าคุณไป พั ว พัน ก็รั้งจะก่อความ รำ ค า ญ

ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ จึงจะมีชีวิตที่สบาย

ก่อความ วิ ว า ท การเป็นมิตรย่อมดีกว่า

ก่อความ ขั ด แ ย้ ง การปล่อยวางย่อมดีกว่า

หลายคน ยิ่งหลายเรื่องราว ยิ่งยืนหยัด ยิ่งได้มาน้อย

ยิ่งใส่ใจ ก็ยิ่ง สู ญ เ สี ย ไปเร็วเท่านั้น

ชีวิตคนเราช่างสั้ นนัก แล้วทำไมต้องมีชีวิตอย่างเศร้ๅ

สิ่งที่ไม่ได้มา ก็อย่าไปหวังนัก สิ่งที่คิดไม่ตпก็อย่าไปคิด

สิ่งไหนที่มองไม่ ท ะ ลุ ก็อย่าไปมองเลย

ถือทัศนคติ เปิดใจให้กว้าง ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

มีทัศนคติชนิดหนึ่ง เรียกว่า ฟ้าลิขิต

ไม่ใฝ่หา ไม่ครอบครองไม่คิด แ ค้ น ไม่บ่ นว่า

มองให้ ท ะ ลุ สิ่งที่ สู ญ เ สี ย ไป ปล่อยวาง

พยๅยๅมมีชีวิตกับปัจจุบันให้ดีที่สุด

มีทัศนคติชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ฟ้าลิขิต

มีชีวิตที่เหลือให้ดีที่สุด ทั้งชีวิตนี้

ต้องเรียนรู้จักกับ พรหมลิขิต

ปล่อยไปตามพรหมลิขิต คืออะไร

พรหมลิขิต ไม่ใช่ “แล้วแต่” แต่เป็นการปล่อย ตามธรรมชๅติ

พรหมลิขิต ไม่ใช่ “หมดหนทาง” แต่เป็นการยอมรับสิ่งที่ถูกกำหนดไว้

พรหมลิขิต คือ เมื่อ เ ผ ชิ ญปัญหาก็จะทำให้ดีที่สุด

แม้จะ ล้ ม เ ห ล ว แต่ก็จะไม่เสี ยใจเลย

พรหมลิขิตคือ การเปิดใจให้กว้างในการมองสิ่งที่ สู ญ เ สี ยไป

ไม่บ่นว่าโท ษผู้อื่น เป็นคนจะต้องมีทัศนคติในการมอง

“พรหมลิขิต” เพื่อเผชิญหน้ากับโลกใบนี้นั้น

ไปมองดูการได้มาและ สู ญ เ สี ย การพบเจอและจากลๅ

ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดก็พอ

ตั้งใจเดินบนเส้นทางของคุณที่เท้าคุณนำไป

ใส่ใจความสัมพันธ์ของคนรอบข้างให้มาก

ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร จงยอมรับมัน

ไม่เสี ยดาย ไม่มีเรียกร้องและไม่เสี ยใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

มีทัศนคติชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า “ฟ้าลิขิต”

มีภูมิปัญญาชนิดหนึ่งเรียกว่า “มองให้ ท ะ ลุ”

หนทางสู่ชีวิตได้มาไม่ชื่นใจ สู ญไปไม่เสี ยดาย

จงปล่อยให้เป็นตาธรรมชๅติ ยอมรับฟ้าลิขิต